นายกตู่ลงพื้นที่สำรวจน้ำท่วมชัยภูมิ

Social Share

นายกตู่สำรวจพื้นที่ถูกน้ำท่วม ชาวบ้านโอดยังเดือดร้อนหนัก อยากให้เร่งช่วยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และสินค้าแพง พืชผักอาหาร เริ่มขาดตลาดหนัก

นายกตู่สำรวจพื้นที่น้ำท่วมชัยภูมิ

ภาพ - ข่าว : ชัยภูมิ / สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี ... นายกรัฐมนตรี ลงสำรวจพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิ

Social Share

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ก.ย.64 ขณะที่สถานการณ์เกิดน้ำท่วมใหญ่หนักสุดในรอบกว่า 50 ปี ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ล่าสุด พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อมาตรวจเยี่ยมราชการรับฟังปัญหาสำรวจความเสียหายในพื้นที่ โดยลงจอดที่สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ

จากนั้นออกเดินทางโดยรถยนต์จากศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองชัยภูมิ โดยใช้ถนนบรรณาการ ผ่านอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล โรงพยาบาลชัยภูมิ เข้าถนนนนทนาคร หอชัยภูมิ เข้าถนนชัยประสิทธิ์ เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในเขตเศรษฐกิจที่ครั้งนี้ถือว่าได้รับความเสียหายหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี ของ จ.ชัยภูมิ และมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่กว่า 400 ครอบครัว/ชุด และเดินทางต่อได้มีม็อบคณะราษฎรในพื้นที่ออกมาจับกลุ่มยืนชูป้ายกว่า 20 คนเพื่อร้องขับไล่บิ๊กตู่ในระหว่างเดินออกตากตลาดคลองพุดซา เยื้องชุมชนถูกน้ำน้ำในชุมชนกุดแคนหัวถนนในครั้งนี้ด้วย  แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยความสงบ ก่อนที่นายกฯจะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของช่วยเหลือบุคคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ จำนวน 100 ชุด  ซึ่งพื้นที่ รพ.ชัยภูมิ ยังถูกน้ำท่วมจ่อถึงหน้าทางเข้าออกโรงพยาบาลยังสูงกว่า 1 เมตร

จากนั้นพลเอกประยุทธ์ฯ นายกรัฐมนตรี และคณะได้ออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จากสนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวบริเวณสนามแยก บ้านหนองบัวใหญ่ ต.หนองบัวใหญ่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ และเดินทางต่อโดยรถบรรทุกทหารผ่านพื้นที่บึงละหาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ไปบ้านหนองไผ่งาม หมู่ที่ 16 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เพื่อตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วม และมอบสิ่งของให้กับประชาชนในพื้นที่ และเดินทางไปยังวัดชัยชนะวิหาร เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของให้กับประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งหมดอีกรวมกว่า 500 ครอบครัว/ชุด

เวลา 15.40 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ ก่อนที่จะรีบออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว บริเวณสนามแยกบ้านหนองบัวใหญ่ ต.หนองบัวใหญ่ เดินทางกลับออกจาก จ.ชัยภูมิ ไปลงที่กองบิน 1 ของกองทัพภาคที่ 2 ที่ จ.นคราชสีมาต่อไป

ซึ่งสรุปความเสียหายในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ หลังเกิดการท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี ในขณะนี้ล่าสุด  หลังเกิดมวลน้ำป่าล้นเขื่อนลำปะทาว ได้ไหลเข้าในเมืองชัยภูมิด้านทิศเหนือเมือง รวมทั้งบวกกับอีกด้านทิศใต้ที่มีแม่น้ำชีทะลักผ่านหนุนสูงจากฤทธิ์พายุเตี้ยนหมู่ ทำให้เกิดฝนตกถล่มหนักเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิหนักสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบกว่า 50 ปี  สร้างความเสียหายในย่านโซนเศรษฐกิจผ่านกลางในเมืองทั้งหมดอย่างรวดเร็วซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1-3 เมตร มาต่อตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา มีประชากรกว่า 3 หมื่นครอบครัวได้รับความเดือดร้อนขยายวงกว้างจำนวนมากมาต่อเนื่อง ต้องเร่งขนสิ่งของหนีน้ำไปอยู่ในที่สูง บางครอบครัว ตามร้านค้าต่าง ๆ ปิดการค้าขาย การสัญจรไปมาต้องใช้เรือท้องแบน รวมทั้งเดือดร้อนหนักในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าออกโรงพยาบาลชัยภูมิ ที่ต้องน้ำผู้ป่วยเข้าออกบนสะพานไม้ชั่วคราวมาต่อเนื่องเกือบ สัปดาห์แล้ว

ซึ่งล่าสุด จ.ชัยภูมิ มีพื้นที่ได้รับความเสียหายต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมแล้วใน 14 อำเภอ จาก 16 อำเภอ และมีพื้นที่ถูกน้ำหนักสุดใน 3 อำเภอ ทั้งที่ อ.บำเหน็จณรงค์ ที่ถูกน้ำป่าทะลักเขื่อนลำคันฉู หลากเข้าท่วมพื้นที่โซนเศรษฐกิจในตัวอำเภอและโรงพยาบาลประจำอำเภอบำเหน็จณรงค์ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.64 ด้วยเช่นกัน ที่ล่าสุดวันนี้ระดับน้ำท่วมภายใน รพ.บำเหน็จณรงค์ ระดับน้ำท่วมลดลงจนแห้งลงเกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งเหลือแต่ภาพสลดที่หลังระดับน้ำท่วมแห้งแล้วภาพความเสียหายโผล่พังยับเหลือแต่ซากบ้าน อุปกรณ์ภายใน รพ.ปลิวกระจายพังเกลื่อนไปทั่วเมืองไม่แพ้ถูกคลื่นสึนามิถล่ม  และอยู่ระหว่างทาง สสจ.ชัยภูมิ เร่งเข้าสำรวจความเสียหายและเร่งซ่อมแซมเพื่อให้ รพ.บำเหน็จณรงค์ กลับมาเปิดให้ประชาชนใช้บริการในพื้นที่ตามเดิมโดยเร็วต่อไป

ระดับน้ำที่ลดลงถูกระบายออกมาที่อำเภอใกล้เคียงรอยต่อมาที่ อ.จัตุรัส ที่ขณะนี้ก็ยังได้รับผลกระทบบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นวงกว้างตามมาอีกจำนวนมากอยู่ระหว่างหลังนายกพลเอกประยุทธ์ ลงพื้นที่ได้มีการเร่งสูบระบายน้ำท่วมพื้นที่ของ อ.จัตุรัส ลงลำชีเริ่มลดลงต่อเนื่อง และจะหลากต่อมาเข้าพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ และโซนเศรษฐกิจใจกลางเมืองชัยภูมิ อีกเพิ่มเติมยังต่อเนื่องและทำให้เกิดน้ำชีหลากท่วมถนนสาย 201 สีคิ้ว-ชัยภูมิ ในขณะนี้มีน้ำท่วมสูงไหลหลากแรงผ่านถนนเป็นทางยาวเกือบ 20 กิโลเมตร ยังทำให้ จ.ชัย๓มิถูกตัดขาดคนที่จะเดินทางมาด้วยรถยนต์ทุกชนิดยังผ่านเข้าตัวเมืองชัยภูมิ สายประตูสู่อีสานที่จะใช้ผ่านตัวจังหวัดชัย๓มิ ไปยังจังหวัดอื่นๆใกล้เคียงใน จ.เลย หรือ ที่ จ.ขอนแก่นได้ในขณะนี้ ซึ่งระดับน้ำท่วมถนนสูงยังเหลืออยู่มาตั้งแต่รอยต่อ ต.บ้านค่าย,ต.หนองนาแซง ผ่านเข้ามาถึงช่วงถนนห้าแยกโนนไฮ เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ผ่านมาถึงบริเวณรอบวงเวียนหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล (เจ้าเมืองผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิมาได้จนปัจจุบัน) ย่านโซนเศรษฐกิจกลางใจเมืองชัยภูมิ ยังต้องรับน้ำเพิ่มในจุดนี้อีกต่อเนื่อง

และล่าสุดระดับน้ำท่วมในกลางใจเมืองเริ่มทรงตัวลดระดับลงต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าอีกไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์จะสามารถคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มอีก ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดชัยภูมิ ได้เร่งระดมสูบรายน้ำออกนอกตัวเมืองลงสู่ลำแม่น้ำชีที่จะไหลต่อไปยังตำบลใกล้เคียงที่ ต.หนองไผ่,ต.กุดตุ้ม,ต.ลาดใหญ่ ของเขต อ.เมืองชัย๓มิ ที่ล่าสุดก็ได้รับผลกระทบน้ำชีหลากเข้าท่วมพื้นที่ตามทางน้ำชีไหลผ่านได้รับความเสียหายอีกจำนวนมากแล้วหลายร้อยครอบครัว ก่อนที่มวลน้ำชีในจุดนี้จะไหลต่อผ่านไปท่วมในพื้นที่ (จุดรับน้ำนครกาหลง) อ.คอนสวรรค์ ที่ก็เริ่มได้รับผลกระทบเกิดน้ำชีหลากท่วมบ้านในพื้นที่ใกล้ริมลำชีเพิ่มเติมอีกต่อเนื่องและคาดว่าอีกไม่น้อยกว่าสัปดาห์ก็จะคลี่คลาย ก่อนที่มวลน้ำชีจะหลากต่อไปที่ เขต อ.พล จ.ขอนแก่น ที่จะต้องรับรับมวลน้ำชีทะลักอีกจำนวนมากหลากเข้าท่วมพื้นที่ต่อไปในไม่เกินอีกสัปดาห์จากนี้ต่อไปด้วย

ขณะที่ด้านชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเกิดน้ำท่วมใหญ่หนักสุดในรอบกว่า 50 ปี ของ จ.ชัยภูมิ ในครั้งนี้ ยังฝากถึงรัฐบาลหลังพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเยี่ยมพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย โดยนางมยุลี  สมะถะ อายุ 71 ปี ชาวชุมชนเมืองน้อยใต้ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ทั้งขณะนี้ก็ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ในพื้นที่ที่คาดว่าอีกไม่น้อยกว่าสัปดาห์ถึงจะลดความรุงแรงลงได้บ้าง แต่นอกจากนี้หลังมีปิดตลาดสดในเมืองชัยภูมิเนื่องจากน้ำท่วมสูง บรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่ต้องย้ายสถานที่ไปขายพืชผัก อาหารสด ที่จำเป็นในการใช้ประกอบอาหารในครัวเรือนประจำวัน เพื่อมาตั้งขายตามถนนที่พอตั้งได้ในขณะนี้ที่บริเวณสะพานบ้านคลองเรียงด้านทิศตะวันออกตัวเมือง และที่ถนนช่วงก่อนออกเมืองด้านทิศเหนือที่น้ำท่วมไม่ถึง ด้านหน้าสำนักงานสหกรณ์ จ.ชัยภูมิ

ซึ่งขณะนี้พบว่ามีพืชผัก ของจำเป็นทุกชนิดขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้นสูงมากกว่า 2-3 เท่าตัว บรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่นำพืชผัก มาขายบอกว่าทั้งพื้นที่ปลูกผักถูกน้ำท่วม ในพื้นทีไหนไม่ถูกน้ำท่วมก็นำผักมาส่งขายยากลำบากมาก เพราะเส้นทางถูกน้ำท่วม ต้องใช้เส้นทางอ้อมมีระยะทางไกลเป็นเท่าตัว ค่าใช้จ่ายส่งผักสูงขึ้นกว่าเท่าตัว  ที่นำพืชพืชผักมาส่งขายได้มีน้อยลง และราคาก็แพงขึ้นกว่าเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นผักคะน้าจากกิโลกรัมละ 20 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท กระหล่ำปลีจากกิโลกรัมละ 35 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 60 บาท  ต้นหอมกิโลกรัมละ 50 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 100 และที่แพงสุดขณะนี้คือผักชีซึ่งปลูกยากในช่วงหน้าฝน ขาดตลาดมีการปรับราคาสูงจากกิโลกรัมละ 80 บาท เป็น 250 – 300 บาท ช่วงโควิด-19ระบาดหากินยากอยู่แล้ว เมื่อน้ำท่วมมาอีกเหมือนซ้ำเติมประชาชนในขณะนี้อีก รวมทั้งอยากให้มีการช่วยเงินเยียวยาชาวบ้านที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ด้วย

About Author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *